share favorite links upload your photo create blog for free
learning about d-looks

Wall Blogs Photos Share Friends

    ตำนานกะสือ*

    ตำนานกระสือ

    ผู้เฒ่าผู้แก่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ “ผีกระสือ” ไว้ว่า ผีตัวนี้มีมาตั้งแต่โบราณ เป็นผีผู้หญิงที่ยามปกติใช้ชีวิตปะปนกับผู้อื่นในสังคม เกลียดกลัวแสงแดด แต่ตกดึกจะถอดหัวกับไส้ออกจากร่างไปหากิน โดยปรากฏเป็นแสงไฟสีเขียวๆ ที่ล่องลอยจากฟากฟ้ายามค่ำคืน ของที่ผีพวกนี้ชอบกินคือของเน่าเสียหรือสิ่งปฎิกูลต่างๆ และมีอีกอย่างที่กระสือชอบกินเป็นพิเศษคือ “รกเด็ก”
        

    สมัยโบราณเมื่อบ้านใดมีหญิงตั้งครรภ์ ชาวบ้านมักจะเชื่อกันว่ากระสือจะต้องไปที่บ้านหลังนั้นเพื่อกินรกเด็กอย่างแน่นอน จึงมักนำปลายไม้ไผ่แหลมๆ หรือสิ่งของมีคมต่างๆ มาล้อมไว้รอบๆ บ้าน เพราะเชื่อกันว่าเป็นสิ่งที่กระสือกลัวและเกลียดมากที่สุดคือ เพราะเมื่อใดที่กระสือนั้นเข้าไปใกล้สิ่งของแหลมๆ เหล่านั้น ไส้อันระโยงระยางของมันจะไปเกี่ยวกับไม้ และเป็นการยากที่จะออกได้

        

     การสืบสายพันธ์

    กระสือสืบทอดทายาทโดยการให้ผู้ที่ตนเองต้องการจะให้เป็นทายาทกินน้ำลายของมันเอง และแล้วบุคคลผู้นั้นก็จะค่อยๆ ซึมซับความเป็นกระสือไปทีละน้อย จนนานวันเข้ากลายเป็นทายาทกระสือไป ปัจจุบันไม่มีข้อมูลว่ามีผู้พบเห็นผีตัวนี้อยู่หรือไม่ หรือกระสืออาจจะหายไปกับวัฒนธรรมวิถีชาวบ้านที่ถูกกระแสกาลเวลาเปลี่ยนไป...

        

    ผีกระสือในต่างแดน

    ในแถบมาเลเซียยังมีเรื่องของผีที่มีลักษณะคล้ายกระสือของไทย ซึ่งผีกระสือของมาเลเซียมีชื่อเรียกว่า "ฮันตูปินังกาลัน" โดยมีเรื่องเล่าว่า ครอบครัวหนึ่งประกอบไปด้วย พ่อ แม่ ลูก วันหนึ่งในตอนกลางคืน ผู้เป็นพ่อได้ออกไปธุระข้างนอกบ้าน ผู้เป็นแม่ปิดประตูอยู่ในห้อง แล้วนางก็หยิบเอาขวดน้ำมันมนต์มาทารอบคอ สักพักหัวกับตัวของนางก็แยกออกจากกันโดยมีตับไตไส้พุงห้อยติดออกมาด้วย เวลาที่ออกหากินจะเห็นเป็นแสงสีเหลือง และมีเสียงชู่ๆ ดังอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะขับไล่สัตว์เล็กสัตว์น้อยที่จะเข้ามายุ่งกับพวงไส้ของนาง

         ผู้เป็นลูกได้แอบเห็นดังนั้นจึงลองเอาน้ำมันมนต์ของแม่มาลองทาดูบ้าง ขณะที่หัวกำลังจะแยกออกจากตัว เด็กน้อยเกิดกลัวจนร้องโวยวายออกมาว่า "ช่วยด้วย! หัวของฉันกำลังจะหลุดออกจากตัวแล้ว" จนชาวบ้านละแวกนั้นได้ยินกันทั่ว แต่ไม่มีใครกล้าเยี่ยมหน้าเข้ามาให้ความช่วยเหลือ จนกระทั่งหัวของผู้เป็นแม่ลอยกลับมา เสียงร้องโวยวายก็เงียบลง หลังจากวันนั้นครอบครัวนี้ก็ย้ายหนีไป และไม่มีใครได้พบเห็นอีกเลย
    ไส้สดสดหวานหวาน :)

    Created by ช่างคิด ? on Sunday, March 8, 2009 at 7:54 pm.

    238 Views · 5 Comments