share favorite links upload your photo create blog for free
learning about d-looks

Wall Blogs Photos Share Friends

    ผิวขาว?ผิวเหลือง?ผิวดำ กับตาสีฟ้า

    ผิวขาว–ผิวเหลือง–ผิวดำ กับตาสีฟ้า
    จริงหรือไม่ ก่อนที่มนุษย์ยุคใหม่จะอพยพออกจากแอฟริกา มนุษย์ทุกคนล้วนมีผิวดำ? จริงหรือไม่ ก่อนประมาณหนึ่งหมื่นปีในอดีต ไม่มีมนุษย์คนใดมีตาสีฟ้า?

    ถ้าจริง แล้วการเปลี่ยนผิวสีของมนุษย์จนกระทั่งมีคนแบ่งเป็นสองกลุ่มผิวสีใหม่ คือ ผิวขาวและผิวเหลือง เกิดขึ้นได้อย่างไร? ก่อนที่จะมีคนตาสีฟ้า มนุษย์บนโลกมีตาสีอะไร?

    คำตอบโดยภาพรวม คือ จริง! นั่นคือ ก่อนที่มนุษย์ยุคใหม่โฮโม เซเปียนส์ ที่กระจายกันอยู่ทั่วโลกในปัจจุบัน ซึ่งมีหลายเผ่าพันธุ์และผิวสี รวมทั้งสีของตาด้วย จะเดินทางออกมาจากแอฟริกา ตามทฤษฎีกำเนิดมนุษย์จากแอฟริกา
    (Out of Africa Theory) ซึ่งกำลังเป็นทฤษฎีหลักของกำเนิดและวิวัฒนาการของมนุษย์ยุคใหม่โฮโม เซเปียนส์ มนุษย์ที่เป็นต้นกำเนิดบรรพบุรุษของมนุษย์ โฮโม เซเปียนส์ ทั้งหมดอยู่ในแอฟริกาเป็นคนผิวดำ ดังเช่นคนแอฟริกันในปัจจุบัน

    จากข้อมูลเกี่ยวกับดีเอ็นเอของมนุษย์ทั่วโลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลเกี่ยวกับดีเอ็นเอใน ไมโตคอนเดรีย (Mitochondria) ที่อยู่นอกนิวเคลียสของเซลล์ผู้หญิงทั่วโลก และข้อมูลเกี่ยวกับดีเอ็นเอในโครโมโซม Y ของผู้ชายทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาวิวัฒนาการของมนุษย์ยุคใหม่สรุปออกมา เป็นแนวคิดที่อาจเรียกเป็น "แม่อีฟ" และ "พ่ออาดัม" ว่า..

    มนุษย์ทั่วโลก ในปัจจุบันมีบรรพบุรุษร่วมกันเป็นผู้หญิงคนหนึ่งหรือจำนวนหนึ่ง อาศัยอยู่ในแอฟริกาเมื่อประมาณหนึ่งแสนสี่หมื่นปีก่อนโน้น และมนุษย์ทั่วโลกในปัจจุบันที่เป็นชาย ล้วนมีบรรพบุรุษร่วมกันเป็นผู้ชายคนหนึ่งหรือจำนวนหนึ่งอาศัยอยู่ในแอฟริกา เมื่อประมาณหกหมื่นปีมาแล้ว ต่อมาเมื่อประมาณห้าหมื่นปีในอดีต มนุษย์ที่เป็นบรรพบุรุษของพวกเราทุกวันนี้จำนวนหนึ่ง เริ่มเดินทางออกจากแอฟริกา แล้วจึงกระจายไปตั้งถิ่นฐานอยู่ตามแถบถิ่นทั่วโลกดังปรากฏในปัจจุบัน

    ตามแนวคิดนี้ เมื่อมนุษย์ยุคใหม่เริ่มอพยพออกมาจากแอฟริกาประมาณห้าหมื่นปีมาแล้วนั้น ทุกคนล้วนมีผิวสีดำ ต่อๆ มา ผิวสีของมนุษย์ยุคใหม่ที่ออกมาจากแอฟริกา จึงเริ่มปรับเปลี่ยนตามสภาพของสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุณหภูมิหรือปริมาณของแสงอาทิตย์

    สภาพของสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยน คือ จากแอฟริกาที่มีอากาศร้อน ได้รับแสงอาทิตย์เข้มเป็นประจำ มาเป็นแถบพื้นที่ที่อบอุ่นและเย็นลง เพราะได้รับแสงอาทิตย์น้อยลง จนกระทั่งอากาศเปลี่ยนเป็นหนาวเย็นที่แถบใกล้ขั้วโลก ผลที่เกิดขึ้นจากอุณหภูมิหรือแสงอาทิตย์ที่ลดน้อยลง ชัดเจนที่สุด คือ
    ต่อสีของผิวหนัง ซึ่งเป็นผลจากการปรับตัวของผิวหนังต่อการผลิตวิตามินดีจากรังสีอัลตราไวโอเลต

    ปัจจัยสำคัญเรื่องนี้ คือ เม็ดสีในผิวหนังเรียกเมลานิน (Melanin) ซึ่งถ้ามีมากจะทำให้ประสิทธิภาพของผิวหนังในการผลิตวิตามินดีจากรังสีอัลตราไวโอเลตลดลง

    ดังนั้น เมื่อมนุษย์อพยพออกมาจากแอฟริกา ไปอยู่ในแถบพื้นที่ซึ่งอากาศเย็นลง ผิวหนังก็จะได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตน้อยลง และดังนั้นจึงมีการปรับสภาพผิวของตน โดยลดความหนาแน่นของเม็ดสีเมลานินในผิวหนัง ทำให้ผิวหนังผลิตวิตามินดีที่จำเป็นได้มากขึ้น

    การปรับตัวของผิวหนัง หรือการปรับปริมาณของเม็ดสีเมลานินในผิวหนัง เมื่อผ่านไประยะหนึ่ง ก็จะถ่ายทอดทางพันธุกรรม คือ เกิดการเปลี่ยนแปลงของดีเอ็นเอในเซลล์ ที่ถ่ายทอดต่อเนื่องจากคนชั่วรุ่นหนึ่งมาสู่คนชั่วรุ่นใหม่

    โดยกระบวนการนี้เอง ในที่สุดจึงเกิดเป็นลักษณะพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอในยีนของมนุษย์ กลายเป็นลักษณะเฉพาะของเผ่าพันธุ์มนุษย์เป็นผิวเหลือง (ในพื้นที่อบอุ่น ดังเช่นเอเชียที่ไม่ร้อนเท่าในแอฟริกาโดยทั่วไป) และผิวขาว (ในพื้นที่เย็นถึงหนาวเย็น ดังเช่นในยุโรป และใกล้ขั้วโลกเหนือและใต้)

    ส่วนมนุษย์ที่ยังอยู่ในแอฟริกา ซึ่งได้รับแสงอาทิตย์เข้มตลอดมา ผิวหนังก็จะมีปริมาณของเม็ดสีเมลานินในระดับสูง เพื่อให้พอเหมาะกับปริมาณของวิตามินดีที่ร่างกายต้องการ คนแอฟริกันจึงมีผิวดำดังเช่นที่เคยเป็นมาถึงปัจจุบัน

    สำหรับสีของตาล่ะ? นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ ที่เชื่อในทฤษฎีผิวสีที่เปลี่ยนไปของมนุษย์ ก็เชื่อว่า
    มีการเปลี่ยนแปลงของดีเอ็นเอหรือยีน คล้ายๆ กับกรณีการเปลี่ยนแปลงของดีเอ็นเอสำหรับสีผิวของมนุษย์ เพราะสีตาของมนุษย์ ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณของเม็ดสีเมลานินในม่านตา (Iris) นั่นเอง

    สำหรับบรรพบุรุษของมนุษย์ในแอฟริกาจะมีตาสีน้ำตาล ซึ่งเป็นสีตาที่มีมากโดยทั่วไป แต่คนในปัจจุบันจะมีสีตาได้หลากหลาย คือ สีดำ สีเทา สีเขียว และสีฟ้า รวมทั้งสีอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับปริมาณของเม็ดสีเมลานินในม่านตา

    ในยุคปัจจุบัน คนผิวเหลืองจะมีสีตาที่หลากหลาย เช่น ตาสีดำ สีเทา สีน้ำตาลแก่ สีน้ำตาลอ่อน แล้วก็สีฟ้า โดยที่สีฟ้าจะมีน้อย ในขณะที่คนผิวขาว ก็จะมีสีตาที่หลากหลายเช่นกัน แต่จะมีคนตาสีฟ้ามากกว่าคนผิวเหลือง

    การเปลี่ยนแปลงของผิวสีและสีของตา ดูจะทำให้คนเอเชียและคนยุโรป รวมทั้งคนในอเมริกาเหนือ มีผิวสีที่อาจทำให้ดูดีขึ้น และไม่หยาบกร้านเท่าคนผิวดำ แต่จริงๆ แล้ว การมีผิวสีและสีตาที่ดูดีขึ้น ก็ต้องแลกมากับความเสี่ยงของคนผิวเหลืองและคนผิวขาว เช่นกัน

    กล่าวคือ สีผิวที่อ่อนขึ้น ก็ไวต่อสภาพแวดล้อม ทั้งแสงอาทิตย์และอื่นๆ มากขึ้น คนผิวเหลืองและผิวขาว จึงมีโอกาสเป็นโรคเกี่ยวกับผิวหนังที่ผิดปกติได้ง่ายกว่าคนผิวดำ คนตาสีฟ้าก็เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าตาสีฟ้าจะดูเป็นจุดเด่นของคนดังจำนวนมาก เพราะมีการบันทึกเกี่ยวกับคนดังที่มีตาสีฟ้าในวงการต่างๆ เป็นจำนวนมาก ในขณะที่คนมีตาสีน้ำตาล สีดำ สีเทา จะไม่ได้รับความสนใจบันทึกกันเอาไว้นัก

    ตัวอย่างคนดังตาสีฟ้า ที่เป็นนักร้องนักแสดง มีเช่น แฟรงก์ ซีนาตรา แบรด พิตต์ และแองเจลินา โชลี นักวิทยาศาสตร์ก็มี เช่น มารี คูรี และสตีเฟน รอว์คิง

    ทว่า ก็มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เตือนว่า คนตาสีฟ้ามีโอกาสที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพตามากกว่าคนตาสีเข้ม

    เรื่องราวทั้งหมดที่ผู้เขียนนำมาเล่าสู่ท่านผู้อ่านวันนี้ นอกเหนือไปจากความรู้ความเข้าใจถึงที่มาของความแตกต่างของผิวสีมนุษย์ในปัจจุบันแล้ว สำคัญที่สุดน่าจะเป็นความตระหนักว่า มนุษย์ทุกคนทุกเผ่าพันธุ์ทั่วโลกในปัจจุบัน ล้วนมีบรรพบุรุษร่วมกัน จึงเป็นเสมือนกับลูกของ "แม่อีฟ" และ "พ่ออาดัม" เดียวกัน...
    บางที ถ้าความตระหนักนี้ฝังรากลึกและแผ่ขยายในหมู่มวลมนุษยชาติมากขึ้น สันติสุขก็อาจจะเกิดได้มากขึ้น!





    Created by meemee man on Friday, July 24, 2009 at 8:52 pm.

    1593 Views · 11 Comments