share favorite links upload your photo create blog for free
learning about d-looks

Wall Blogs Photos Share Friends

    วันอีสเตอร์ (Easter)

          

          คำว่า “อีสเตอร์” (Easter) หมายถึง “เทศกาลของคริสตจักรที่ระลึกถึง การเป็นขึ้นจากความตายของพระ คริสต์ตรงกับช่วงเวลาเทศกาล ปัสกาของชาวยิว” (A festival of the Christian Church, commemorating the resurrection of Christ, and corresponding to the Jewish Passover.) 1


          เทศกาล “ปัสกา" 2หรือ “ปัศคา” นี้คือเทศกาลที่ชาวยิวระลึกถึงการที่พระเจ้าทรงนำพวกเขาออกจากการเป็น ทาสในอียิปต์ ในช่วงประมาณ 1500 ปีก่อนคริสตกาล เราจะเห็นภาพเหล่านี้ได้จากภาพยนตร์ อมตะอย่าง  “บัญญัติ 10 ประการ” (The Ten Commandments) หรือ “โมเสส” (Moses)และภาพยนตร์การ์ตูนชื่อดังของโลก “The Prince Of Egypt” กล่าวคือ


          ในคืนก่อนที่ฟาโรห์จะยอมปล่อยชาวอิสราเอลพระเจ้าทรงสำแดงอิทธิฤทธิ์ให้เกิดภัยพิบัติประการที่10หลังจาก ที่ฟาโรห์ปฏิเสธที่จะปล่อยพวก อิสราเอลตามคำบัญชาของพระเจ้ามาแล้วถึง 9ครั้ง 3 ภัยพิบัติประการที่10 คือ ฑูตมรณะจะเข้าไปในครัวเรือนชาวอิยิปต์เพื่อปลิดชีพของบุตรหัวปีของทุกครอบครัว แต่ยกเว้นครอบครัวพวกยิวที่เชื่อ ฟังพระเจ้าโดยการนำเอาโลหิตของลูกแกะมาทาไว้ที่ประตูบ้านของตนเหมือนที่พวกยิวกระทำตามบัญชาของพระองค์ บ้านใดกระทำตามที่พระเจ้าทรงบัญชา ฑูตมรณะจะ“ผ่าน,เว้นไป” (Passover) บุตรหัวปีของครอบครัวนั้นก็จะ รอดตาย!


          คำว่า “ผ่าน,เว้น” นี้มาจากภาษาฮีบรูว่า “Paschal” และภาษาอังกฤษว่า “Passover” ส่วนภาษาไทยเรียกว่า “ปัสกา” ชาวอิสราเอลจึงมีการเฉลิมฉลองวันนี้เป็นประจำทุกปี ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
          และหลังจากนั้นราว 1500 ปีพระเยซูคริสต์ทรงเสด็จลงมาประสูติในโลกในวัน “คริสตมาส”ทรงกระทำพันธกิจ ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บและเทศนาสั่งสอนแผ่นดินของพระเจ้า จนกระทั่งมาถึงช่วงเทศกาล “ปัสกา”ราว ๆ ค.ศ.33 พระเยซูคริสต์ก็ทรงยอมถูกจับ ทรมาน ถูกตรึงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนโลหิตของพระองค์ไหลรินเปรียบเหมือน เลือดของลูกแกะที่ช่วยชีวิตทุกคนที่เชื่อให้รอดเหมือนเหตุการณ์ในคืนวันปัสกา จากนั้น ในวันที่สาม พระเยซูคริสต์ ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าสำคัญมากที่สุดเรื่องหนึ่งในความคิดและความเชื่อของชาวคริสต์ 4 วันที่พระองค์ทรงเป็นขึ้นมาจาก ความตายนั้นเป็นวันอาทิตย์ ! ต่อมาเราเรียกวันนั้นว่า
    “วันอีสเตอร์” (Easter หรือ Easter Sunday)!


          แท้จริงแล้วคำว่า “อีสเตอร์” (Easter) มาจากคำภาษาอังกฤษและภาษาเยอรมันเก่าแก่ว่า “Eastre” ซึ่งตรงกับ ภาษากรีกว่า “pascha”,ภาษาฮีบรู “pessach”,”pesah”,และ”paschal” หรือ “Passover” ในภาษาอังกฤษ ปัจจุบัน(บางตำราบอกว่า “Easter”มาจากคำว่า “Eostre” ซึ่งเป็นชื่อเทวีแห่งฤดูใบไม้ผลิที่ชาวแซกซอนในยุโรปเฉลิม ฉลองต่อมาคริสเตียนเปลี่ยนมาฉลองพระคริสต์แทน แต่ใช้ชื่อเดิม)


          สภาไนเซีย ของคริสตศาสนจักรในราว ค.ศ. 325 ได้ประกาศให้ฉลองวันอีสเตอร์โดยให้อยู่ในวันอาทิตย์แรกหลัง จากพระจันทร์วันเพ็ญในฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งจะตรงกับวันอาทิตย์ที่ใกล้วันที่ 14 เดือนนิสาน (Nisan) ของชาวยิว คือ อยู่ในช่วงระหว่างวันที่ 21 มีนาคม - 25 เมษายน 5สัญลักษณ์ของวันอีสเตอร์คือ ไข่ (สัญลักษณ์ของการบังเกิดใหม่), กางเขน และ อุโมงค์ว่างเปล่า! (สัญลักษณ์ของการเป็นขึ้นจากตาย)


          โดยปกติคริสตชนแท้จะดำเนินชีวิตให้เหมือนกับว่า …….“พระคริสต์ทรงประสูติในวันคริสตมาส และสิ้นพระชนม์ ในวันศุกร์ประเสริฐเพื่อเราเมื่อวานนี้ (อดีต)และทรงเป็นขึ้นมาจากตายในวันอาทิตย์อีสเตอร์และอยู่กับเราในวันนี้ (ปัจจุบัน)และพระองค์จะทรงเสด็จกลับมารับเรา(ผู้เชื่อ) ในวันพรุ่งนี้(อนาคต)! ”ชีวิตอย่างนี้ จึงเป็นชีวิตที่ปีติยินดีด้วย ความหวังใจในชีวิต!ไม่ยอมแพ้หรือท้อถอยง่าย ๆ !

           สัญลักษณ์ของวันอีสเตอร์ มักได้แก่ สิ่งที่สื่อความหมายถึงความสุข สมหวัง ชัยชนะ ความอบอุ่น ความสดใส ภาพที่ปรากฎบนการ์ดอวยพรในเทศกาลนี้ จึงเป็นภาพ

    สวนดอกไม้ - ซึ่งสื่อความหมายถึง ความสุขสมหวัง

    ผีเสื้อ - สื่อความหมายถึงชีวิตใหม่ เหมือนตัวดักแด้ที่ออกมาจากเปลือหุ้ม และโบยบินขึนสู่ท้องฟ้าอย่างอิสรเสรี คล้ายกับองค์พระเยซูคริสต์ที่สิ้นพระชนม์ และถูกเก็บไว้ในอุโมงค์ หลังจากนั้น 3 วัน จึงฟื้นคืนพระชนม์

    กระต่าย - สื่อความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์

    ไข่ - สื่อความหมายถึงความมีชีวิต

            คำอวยพรในการ์ดสำหรับเทศกาลอีสเตอร์ สำหรับคริสตชน จะอวยพรกันในประโยคที่ว่า "ขอให้พระพรแห่งการฟื้นคืนพระชนม์เป็นของคุณ"        ของที่ระลึกสำหรับเทศกาลนี้ นิยมมอบช็อกโคเล็ดรูปไข่ หรือ ตุ๊กตาช็อคโกเล็ครูปกระต่าย ,ไข่ต้มย้อมสี หรือวัสดุรูปไข่ที่ประดิษฐ์ด้วยงานศิลป        สำหรับในปี 2006 เทศกาลอีสเตอร์ตรงกับวันที่ 14-15-16 เมษายน คริสตจักรต่าง ๆ จะเริ่มต้นเทศกาลนี้ด้วยการนมัสการพระเจ้าในค่ำคืนวันที่ 14 เมษายน เพื่อระลึกถึงวันที่พระเยซูคริสต์ทรงสละชีวิตของพระองค์บนไม้กางเขนเพื่อควา มผิดบาปของเรา ซึ่งเราเรียกวันนี้ว่า วันศุกร์ประเสริฐ หรือ Good Friday        ส่วนที่วันที่ 16 เมษายน บางคริสตจักรมีการเฉลิมฉลองวันอีสเตอร์หรือวันฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ ด้วยการนมัสการพระเจ้าตั้งแต่เวลา 06.00 น. บางคริสตจักรก็จัดเฉลิมฉลองวันอีสเตอร์ในช่วงเวลานมัสการปกติ        ประเพณีซ่อนไข่ จัดขึ้นเพื่อความสนุกสนาน โดยนำไข่ที่จัดเตรียมไว้ซึ่งมักจะเป็นไข่ต้มที่ย้อมสีต่างๆ อย่างสวยงาม อาจจะวาดเป็นลวดลาย หรือประดิษฐ์เป็นงานศิลปแบบต่าง ๆ นำไปซ่อนไว้ตามบริเวณต่างๆ ของคริสตจักร และให้สมาชิกของคริสตจักรหาไข่เหล่านั้น บางคริสตจักรอาจจะมีรางวัลสำหรับผู้ที่หาไข่ได้มากอีกด้วย


    ข้อมูล : thaigoodview

    รูป : เวป

     

     

     

     

    Created by ??mOnk?y?? on Wednesday, May 6, 2009 at 11:56 pm.

    9637 Views · 7 Comments

  • ?*...jibjib...*?

    คัยจะได้ไม่รู้ รู้แต่ว่าชอบคนนี้อ่ะค่ะ

    Comment No.1

  • VIC

    ใครก็ได้

    Comment No.2

  • DoGhNutJung-*-

    มะด้ายดูอะ

    Comment No.3

  • ??๒๐๐๖????????๐?

    O_O ! ! ! ! ! ! ! ! พี่ ดิว สมัย เอ๊าะๆ น่าร๊าก มากมาย กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    Comment No.4