share favorite links upload your photo create blog for free
learning about d-looks

Wall Blogs Photos Share Friends

    ตัดผมอย่างไรให้เข้ากับใบหน้า

    โครงหน้ารูปไข่


    โครงหน้ารูปไข่แบบนี้ โดยทั่วไปแล้วเป็นโครงหน้าที่ดีมาก ทุกๆ ทรงผม หรือแบบผม สามารถทำให้เข้ากันกับโครงหน้าได้เป็นอย่างดี ลองพยายามเปลี่ยนหลายๆ ทรงดู คุณจะได้พบกับความหลากหลายในชีวิต สะดวกง่ายต่อการจัดทรง ไม่จำเป็นต้องดูแลอะไรให้มากมาย
    สำหรับตัวอย่างหน้ารูปไข่ ให้นึกถึง Matthew Fox ซึ่งมีลักษณะหน้ารูปไข่แบบคลาสสิก หน้าลักษณะแบบนี้สามารถทำผมได้ทรงแบบ

    โครงหน้ากลม



    การทำทรงผมให้เข้ากับใบหน้า คือต้องทำให้หน้าดูเรียวและบางลง ผมที่สั้นมากเกินไปจะทำให้ใบหน้าดูกลมใหญ่ท้วมเต็มที่ การทำให้ผมเป็นลอนจะช่วยทำให้เวลามองดูแล้วเล็กลงมาได้บ้าง การไว้เคราจะช่วยให้ใบหน้าดูคล้ายโครงหน้ารูปไข่ได้
    ตัวอย่างโครงหน้ากลม ได้แก่ James Gandolfini การใส่แว่นที่เป็นเหลี่ยมๆ หรือมีลักษณะเป็นมุมๆ จะช่วยให้ดูสมดุลย์ดีขี้น



    โครงหน้ารูปสามเหลี่ยม

    ปัญหาของโครงหน้าแบบนี้คือ ด้านบนจะมีลักษณะกว้าง แต่ส่วนกระดูกช่วงแก้มลงมานั้นจนถึงคางจะค่อนข้างแคบ การไว้ผมสั้นเกรียนตั้งแต่ด้านบนจนถึงขมับ และผมยาวหรือพองในด้านหลัง และการการไว้เคราจะช่วยเติมเต็มโครงสร้างของหน้าในส่วนที่แคบตรงขากรรไกรนั้น ดูดีขึ้นได้
    ตัวอย่างโครงหน้าแบบสามเหลี่ยมเช่น Justin Timberlake ซึ่งมีขอบโครงหน้าค่อนข้างเป็นสามเหลี่ยม เพราะกระดูกแก้มค่อนข้างกว้าง และหน้าผากก็กว้างกว่าคาง ทางที่ดีคือต้องตัดผมให้สั้นมากๆ และการไว้เคราบริเวณแนวโครงขากรรไกร ก็สามารถที่จะช่วยให้ดูดีขึ้นได้เป็นอย่างดี

    โครงหน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยม



    ลักษณะโครงหน้า รวมถึงส่วนหน้าผากจะมีส่วนลักษณะเป็นเหลื่ยมเป็นมุมสักเล็กน้อย ใช้วิธีไว้ผมแบบปัดลงมาข้างหน้าให้ผมมีลักษณะเป็นลอน ไว้ปิดถึงช่วงขมับจะช่วยทำให้ดูกลมกลืน วิธีนี้จะช่วยให้หน้าผากที่ดูเป็นเหลี่ยมดูผสมผสานกันได้ดี โครงหน้าลักษณะนี้หน้าผากค่อนข้างเป็นเหลี่ยมมุมสักเล็กน้อยและมีขากรรไกรดูลักษณะค่อนข้างโก่ง ถ้าไว้เคราให้ยาวเล็กน้อยก็จะช่วยทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นได้
    สำหรับตัวอย่างของโครงหน้าแบบสี่เหลี่ยม ให้ลองนึกถึง Nick Lachey แบบผมที่เหมาะกับโครงหน้านี้คือแบบผมที่ทำให้ดูเป็นแนวตั้งขึ้นสูง จะทำให้ดูส่วนที่เป็นเหลี่ยมนั้นดูหมดไป อย่างเช่น flattop (คือทรงนักเรียน,อเมริกัน หรือรองหวี ที่ด้านข้างสั้น แต่ด้านบนผมจะไว้แบบตั้งๆ) หรือ faux-hawk (เป็นที่นิยมมาก คือผมจะสามารถไว้สั้นหรือยาวก็ได้จะซอยและสไลด์เป็นรากไทรก็ได้ ตามความต้องการ แต่เน้นที่ด้านบนผมจะเป็นทรงนี้ได้คือ การจัดทรงโกยผมด้านข้างซ้ายและขวามารวมกันไว้ตรงกลางให้ตั้งๆ เป็นแนวนั่นเอง) ดูจะเหมาะสมมาก

    โครงหน้าแบบลูกแพร์



    โครงหน้าแบบนี้ด้านบนจะดูแคบและด้านล่างของใบหน้าจะดูกว้าง การจัดวอลลุ่มของผมต้องเน้นให้ดูสมดุลย์กันระหว่างขมับ ตลอดจนการไว้ผมจนถึงแนวขากรรไกร ถ้าเกิดไว้เคราขึ้นยาว ควรจะเล็มให้สั้น จะทำให้โครงหน้าดูเรียวขึ้นได้บ้าง

    โครงหน้ารูปวงรี และรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า



    เป็นโครงหน้าที่ค่อนข้างยาว และจะเป็นต้องไว้ทรงผมให้แลดูโครงหน้าสั้นลง ต้องปกปิดส่วนเหลี่ยมมุม และแนวเส้นผม การไว้ผมหวีปัดลงข้างหน้าสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ การตัดผมสไตล์ layered cut(ใช้วิธีการซอยผมแบบสไลด์ผม สามารถไว้แบบสั้นหรือยาวก็ได้)นั้นจะดีที่สุด การไว้หนวดสามารถช่วยให้ใบหน้าที่ยาวนั้นดูสั้นลงมาได้
    สำหรับตัวอย่างโครงหน้าลักษณะยาวให้ลองนึกถึง Eminem การสไลด์ผม layered cut จะเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะผมจะไม่เป็นแนวเดียวกันจนเกินไปมีปลายเรียวและพริ้ว การใส่แว่นตาก็ช่วยให้ดูสมดุลย์กันขึ้นมาได้เช่นกัน


    โครงหน้าแบบรูปข้าวหลามตัด หรือสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน



    จุดมุ่งหมายคือการเติมเต็มใบหน้าช่วงช่วงขมับและและช่วงคาง ต้องใช้ผมช่วยปิดบังให้ดูโครงหน้ากว้างและลึกขึ้น การไว้ผมปัดลงหน้าหน้า (bangs) จะช่วยให้หน้าผากดูกว้างขึ้นได้ และตัดผมด้านหลังให้ดูพอง หรือกันขอบผมด้านหลังให้เป็นลักษณะสี่เหลี่ยม หรือจะไว้เครารอบๆ ใบหน้าก็จะช่วยให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
    สำหรับตัวอย่างโครงหน้าแบบนี้ได้แก่ Patrick Dempsey

    http://www.oknation.net/blog/print.php?id=141337

    Created by MAIMOCHIN on Friday, April 10, 2009 at 10:54 am.

    4709 Views · 3 Comments

  • ??EverY ThinG ??????

    ชอบรูปท้ายจังเหมือนแอบคัยอยู่นะ

    Comment No.1

  • ก้อนหินก้อนนั้น

    ฮาภาพสุดท้ายอ่ะ

    Comment No.2

  • centuryboy

    อิ อิ ก้อฮาดีเหมือนกันนะ เจ้านาย

    Comment No.3

  • ♪♪ NuM ☺_☺ NeUnG ☼

    555555555555+  

    Comment No.4

  • dragon

    ชอบรูปที่สามน่ะ น่าโดนไล่ออกหมดเลยนะ

    Comment No.5

  • MAIMOCHIN

    สุดท้ายนี่ สุดๆ

    Comment No.6